Review Snow Town Bangkok อยู่กรุงเทพฯ ก็เล่นหิมะได้

snow town bangkok

สวัสดีครับ วันนี้ Walk with me thai มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งมารีวิว ซึ่งเป็นเมืองหิมะจำลองที่อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ในศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย สุขุมวิทนี่เอง จะเป็นที่ไหนไม่ได้ นั่นก็คือ Snow town Bangkok นั่นเอง ซึ่งผมได้บัตรฟรีมา จึงมาเที่ยวและที่เหลือก็เอามาแจกลูกเพจไปด้วย ซึ่งรีวิวคราวนี้ ผมจะพูดถึงภาพรวมและบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ ไปดูกันเลยครับ

Snow town Bangkok ตั้งอยู่ ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย สุขุมวิท 42 การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า สามารถเดินทางมาลงได้ที่ BTS เอกมัย ออกทางประตูที่ 4

 

บริเวณทางเข้าสวนสนุก มองเห็นง่าย ซึ่งจะเด่นชัดไปด้วย ลวดลาย และของตกแต่งเป็นแบบหิมะ สีขาวฟ้า และมีหมีขาวคอยต้อนรับทุกท่านอยู่

 

บรรยากาศข้างในก็จะตกแต่งสวยงาม มีเก้าอี้ไว้นั่งรอและซุ้มถ่ายรูปอยู่ ก่อนที่เข้าไปข้างใน ซึ่งหากผู้ใหญ่ที่ไม่ต้องการเข้าไปข้างใน ก็สามารถใช้บริการเก้าอี้นวดไฟฟ้า นวดผ่อนคลายระหว่างรอเด็กๆ ซึ่งเครื่องนี้สามารถใส่เงินเป็นแบบธนบัตรได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะหาที่แลกเหรียญอีกต่อไป ^_^

 

นอกจากนี้ก็ยังมีชั้นขายของที่ระลึกและขนมต่างๆ ไว้บริการอีกด้วย

 

สำหรับการเข้าไปข้างใน ก่อนจะเข้าจะต้องทำการซื้อบัตรที่เคาเตอร์ทางด้านซ้ายมือก่อนนะครับ ซึ่งจะมีราคาดังนี้

อัตราค่าบริการ

วันธรรมดา

จันทร์ – ศุกร์ ผู้ใหญ่ ราคา 450 บาท

เด็กส่วนสูง ตั้งแต่ 71 – 100 เซนติเมตร ราคา 400 บาท

เด็กส่วนสูงไม่เกิน 70 เซนติเมตร หรือผู้พิการ ไม่เสียค่าบริการ

ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ราคา 250 บาท

 

วันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์

จันทร์ – ศุกร์ ผู้ใหญ่ ราคา 500 บาท

เด็กส่วนสูง ตั้งแต่ 71 – 100 เซนติเมตร ราคา 450 บาท

เด็กส่วนสูงไม่เกิน 70 เซนติเมตร หรือผู้พิการ ไม่เสียค่าบริการ

ผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ราคา 250 บาท

 

สำหรับชาวต่างชาติ (ราคาเดียวไม่แยกวันธรรมดาและวันหยุด)

เด็กและผู้ใหญ่ ที่สูงตั้งแต่ 71 เซนติเมตรขึ้นไป ราคา 600 บาท

เด็กแรกเกิด หรือส่วนสูงไม่เกิน 70 เซนติเมตร หรือผู้พิการ ไม่เสียค่าบริการ

* ราคานี้รวมรองเท้าบูธสำหรับเล่นในลานหิมะและไม่จำกัดเวลาเล่น

 

สำหรับคนที่ไม่ได้พกถุงเท้ามา ที่นี่ก็มีขายในราคา คู่ละ 50 บาทครับ

นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่สมัครบัตรสมาชิก Member Card ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษอีกมากมายครับ

 

ดูราคาบัตรเรียบร้อยก็ทำการซื้อบัตรเข้างาน และรับรองเท้าบูทไปใส่เข้าข้างในครับ ซึ่งรองเท้าจะมีหลายขนาด โดยจะแบ่งเป็นสีๆ แนะนำให้เราเลือกขนาดที่ตรงหรือใกล้เคียงที่สุด จะได้ใส่และเดินอย่างกระฉับกระเฉง เพราะข้างในลานหิมะหากวิ่งเล่นอาจจะลื่นล้มเอาได้ครับเพราะผมก็ล้มมาแล้ว 555 และจะมีอีกอย่างที่มอบให้ก็คือ ริชแบรนด์ (เหมือนนาฬิกา) ที่เอาไว้ซื้อสินค้าทางด้านใน แล้วออกมาจ่ายเงินด้านนอกครับ แต่สำหรับร้านค้าและขนม เราสามารถใช้เงินสดซื้อสินค้าได้เลย เอ่อลืมบอกว่าก่อนเข้าจะมีการสแตมป์สัญลักษณ์หมี ก่อนเข้าข้างใน เพื่อว่าเวลาเราออกมาข้างนอกก็สามารถบอกกับพนักงานเพื่อกลับเข้าไปเล่นอีกได้ตลอดทั้งวัน

 

 

หลังจากที่เปลี่ยนรองเท้าเสร็จแล้ว เราก็จะนำรองเท้าที่เราใส่มาและกระเป๋าหรือสิ่งของๆ เราเองมาฝากได้ที่จุดนี้ และก็จะเป็นจุดที่ใช้คืนรองเท้าบูทและริชแบรนด์เวลาที่เราออกมาแล้วด้วย

 

เตรียมตัวเรียบร้อยก็เข้าไปข้างในกันได้

แต่เดี๋ยวก่อน ที่หน้างานมีบริการถ่ายรูปและนำมาอัดเป็นภาพ และใส่ลูกแก้วหิมะด้วย ซึ่งราคาก็แตกต่างกันตามแต่ละชนิด โดยมีฉากหลังให้เลือกมากมาย เหมาะจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ดีทีเดียวครับ

 

อธิบายซะยาวเหยียด ยังไม่ได้เข้าข้างในซะที เอาหล่ะ ผมจะพาเข้าไปข้างในแล้วจริงๆ นะ เดินผ่านประตูกันไปเลย

จุดแรกหลังจากผ่านเข้ามาแล้วก็จะเจอกับจอภาพที่ติดอุปกรณ์ตรวจจับตำแหน่งการเคลื่อนไหวของเรา ซึ่งเราสามารถวาดภาพต่างๆ ลงในจอโดยการแกว่งแขนไปมาๆ ได้

 

ถัดจากนั้นจะเห็นป้ายโซนต่างๆ 5 จุด นั่นก็คือ

  1. ลานหิมะ
  2. จุดจำหน่ายของที่ระลึก
  3. แหล่งการเรียนรู้
  4. ห้องบ้านบอล
  5. ห้องแฟชั่นถ่ายภาพ

 

เดินเลยมาหน่อยนึงก็จะเจอประตูทางเข้า (ยังไม่ถึงอีกเหรอ T_T) ซึ่งภายในจะเป็นห้องโถง มีการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่มและของฝากอีกมากมาย ในนี้จะยังไม่หนาวเท่าไหร่ เหมาะแก่การหนีอากาศเย็นๆ ภายในลานหิมะได้เป็นอย่างดี

 

ภายในห้องมี ก็จะมี Eduzone หรือ แหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับภาวะโลกร้อน เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจกับปัญหาโลกร้อนที่เผชิญอยู่ขณะนี้ ให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ได้เข้าใจและช่วยกันรักษาและประหยัดสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

 

เดินออกมาหน่อย ก็จะพบกับ Snow World ที่มีของเล่นให้เด็กๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น บ้านบอล สไลเดอร์ ชิงช้าลูกบอล เป็นต้น ถูกใจเด็กๆ อย่างแน่นอน

 

นอกจากนี้ก็มีจุดสำหรับให้เด็กๆ นั่งระบายสี บนวัสดุต่างๆ เพื่อเก็บไว้เป็นของที่ระลึกอีกด้วย

 

หลังจากเดินผ่านเครื่องเล่นเด็กๆ ไปแล้วก็มาถึงไฮไลท์ของงาน นั่นก็คือ ลานหิมะที่ทุกคนรอคอย ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างไม่อึดอัดซึ่งสามารถเดินเล่นบนหิมะ หรือปั้นเป็นรูปต่างๆ ตามความต้องการ หรือถ้าต้องการสนุกๆ ท้าทายหน่อย ก็ยังมีโซน เล่นถาดเลื่อน (มีให้เช่า) และสกี (แบ่งเป็นรอบๆ) เพื่อเพิ่มความสนุกไปอีกขั้น นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบยังมีที่นั่ง ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ทั้งร้อนและเย็น (น้ำดื่มร้อนแจกฟรี) บ่อแช่เท้าอุ่นๆ และสถานที่เล่นสำหรับเด็กอีกด้วย ซึ่งจะอธิบายแต่ละที่ต่อไปครับ อ้อบรรยากาศภายในไม่ถือกับหนาวมาก เย็นๆ กำลังดีครับ แต่ถ้าให้ดี ก็ควรพกเสื้อกันหนาวไปด้วย เพราะที่นั่นค่าเช่าเสื้อกันหนาวราคา 200 บาท ถ้ามีก็ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มครับ

 

ก่อนจะเข้าไปในงาน หากเราไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวหรือถุงมือมา เราสามารถเช่าเสื้อกันหนาว (200 บาท) หรือซื้อหมวกเด็ก (150 บาท) ถุงเท้า (50 บาท) และ ถุงมือผ้า (50 บาท) ได้จากข้างใน ตรงซุ้มบริการทางด้านขวามือ

 

ลานสำหรับเล่นจะเป็นแบบยาวๆ คล้ายๆ สนามฟุตบอล มีการจัดโซนที่เล่นด้วยที่กั้น เพื่อความปลอดภัยเวลาไหลลงมา ซึ่งเนินนั้นก็จะไม่สูงมาก ผู้ใหญ่อาจจะไม่สนุกมากนัก ทั้งนั้นก็เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กๆ

สำหรับตรงกลาง จะเป็นลานเรียบ เหมาะสำหรับทำกิจกรรม ทั้งการปั้นหิมะ การวาด เป็นต้น พร้อมกับมีของเล่นตักหิมะและขวดสเปรย์ที่ใส่น้ำสี ไว้ฉีดเล่นเพื่อเพิ่มสีสันให้กับตุ๊กตาที่เราปั้น (ซื้อเพิ่ม) เห็นแล้วนึกถึงน้ำแข็งใสที่เรากินกันเลย ^_^ อ้อ ตรงกลางนั้นเขายังมีเนินเล็กๆ เหมาะสำหรับเด็กทดลองเล่นถาดสไลด์ได้อีกด้วยครับ

 

อีกหนึ่งไฮไลท์คือการปล่อยหิมะลงมา เหมือนกับหิมะตกยังไงอย่างงั้น เหมาะแก่การถ่าย เซลฟี่อย่างมาก

 

โซนลานเล่นถาดสไลด์ ที่มีความสูงไม่มากนัก ซึ่งการเล่นเราจะต้องเช่าถาดสไลด์ที่มีหลายขนาดให้เลือกราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป (ไซต์เล็ก)ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สามารถเล่นพร้อมกันได้หลายคน บนลานมีความกว้างที่เรียงกันได้ประมาณ 3 คนซึ่งพี่ๆ ที่ดูแลเขาจะปล่อยไปทีละคนเพื่อความปลอดภัย เด็กๆ น่าจะชื่นชอบกับโซนนี้เป็นอย่างมาก เพราะเห็นแต่ละคนเล่นกันหลายรอบมาก 555

 

โซน Mini Skiing เป็นลานฝึกเล่นสกี ที่จะต้องอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ซึ่งการจะเล่นจะแบ่งเป็นรอบๆ ตามเวลาที่เขาจัด โดยแบ่งเป็นรอบของผู้ใหญ่และเด็ก แต่ที่ผมไปก็เห็นเด็กเล่นพร้อมกับผู้ใหญ่นะครับ เราจะต้องไปลงทะเบียนให้ทันรอบนั้นก่อน โดยจะจำกัดรอบละไม่เกิน 10 ท่านต่อรอบ ซึ่งจะมีพี่ๆ ทีมงานคอยสอนการเล่น และการเบรคให้เป็นก่อน จากนั้นจะพาขึ้นไปเล่นจริง ซึ่งจะมีพี่ๆ คอยดูแลในการเล่นตลอด จึงไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นอันตรายครับ

 

นอกจากนี้ ก็ยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กๆ และผู้ใหญ่ร่วมสนุก ด้วยเกมส์โยนลูกบอลลงกล่อง เพื่อจับฉลากรับของรางวัล กติกาและการเล่นง่ายๆ ด้วยการ กด Like กด แชร์ ใน Facebook , Line และ Instagram เพื่อรับหัวใจสีชมพูแทนจำนวนในการเล่น แล้วก็ต่อแถวเพื่อนำหัวใจไปแลกกับลูกบอล และโยนให้เข้ากล่องสีขาว หากใครโยนเข้าก็จะสามารถไปสอยดาว เพื่อรับรางวัลตามหมายเลขที่คุณได้ และนอกจากนี้

 

เด็กๆ สามารถขอถ่ายรูปกับพี่หมีขาวและพี่หมาป่าขี้เล่นได้

 

สำหรับรอบๆ ลานหิมะ ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร และของเล่นอย่างเช่น จุดบริการเครื่องดื่มฟรี ลานโรลเลอร์สเก็ต มุมระบายสี ห้องอาหาร ที่แช่เท้า เป็นต้น

หมดแล้วครับสำหรับบรรยากาศภายใน Snow town Bangkok ผมก็อยากสรุปโดยรวมว่าสถานที่นี้เหมาะกับการพาเด็กๆ ไปเล่นจริงๆ ถ้าเป็นผู้ใหญ่อาจจะไม่เหมาะนักเพราะว่าของเล่นน้อยครับ แต่เด็กๆ ดูแล้วสามารถอยู่เล่นได้ทั้งวันเพราะมีกิจกรรมให้เล่นนอกจากหิมะด้วย แต่ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ

ดูรายละเอียดและการติดต่อได้ที่

เปิด :

วันจันทร์ – ศุกร์ 11.00- 20.00 น.

วันเสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 20.00 น.

Facebook : snowtownbangkok

Website : snowtown.in.th

โทรศัพท์ : 02 041 9910 ,095 547 6870

E-mail : snowtownbangkok@gmail.com

สถานที่ : ชั้น 5 ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย สุขุมวิท 42 ถ.สุขุมวิท พระโขนง คลองเตย
ตรงข้ามวัดธาตุทอง (BTS เอกมัย ทางออกที่ 4)

แผนที่ :

ความคิดเห็น