เปิดแล้ว รถโดยสารใหม่ ให้บริการ 3 เส้นทาง เชื่อมต่อสนามบินอู่ตะเภา

เปิดแล้ว กับรถโดยสารเส้นทางใหม่ โดยกรมการขนส่งทางบก ได้ทำการยกระดับในการให้บริการ ด้วยรถโดยสารประจำทางเชื่อมต่อท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยมีทางเลือกถึง 3 เส้นทาง 3 จังหวัด ในภาคตะวันออก เพื่อเพิ่มความสะดวก และมีความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ ในแต่ละเส้นทางจะใช้จํานวนรถ 2 – 4 คันเพื่อให้สอดคล้องกับจํานวนเที่ยวบินที่เข้ามาประมาณ 40 เที่ยวต่อวัน และในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวซึ่งจะมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นถึง 50 เที่ยวต่อวัน

สำหรับเส้นทางทั้ง 3 สาย จะมี จังหวัด ระยอง, ชลบุรี และตราด ซึ่งแต่ละเส้นทางจะมีดังนี้

1. สาย 398 : ตราด – ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

  • มีเส้นทางดังนี้ จ.ตราด, จ.จันทบุรี, สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยองแห่งที่ 1, ท่าอากาศยาน นานาชาติอู่ตะเภา
  • รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 15 นาที
  • บริษัท สุวรรณภูมิบูรพา จำกัด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ

2. สาย 399 : จากระยอง – ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

  • มีเส้นทางดังนี้ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระยองแห่งที่ 1, อ.บ้านฉาง, ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
  • รวมระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 33 นาที
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด บี เอช ระยอง เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ

3. สาย 400 : ชลบุรี – ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

  • มีเส้นทางดังนี้ จ.ชลบุรี, อ.ศรีราชา, เมืองพัทยา, อ.สัตหีบ, ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา
  • รวมระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที
  • บริษัท สุวรรณภูมิบูรพา จำกัด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการ

 

สำหรับรถโดยสารแบบใหม่นี้ ทางกรมขนส่งทางบก มีการกำหนดใช้มาตรฐานใหม่ให้กับรถประจำทาง ที่มีระบบความปลอดภัยแบบครบครัน เช่น การติดตั้งระบบติดตามรถด้วย GPS, อุปกรณ์ตรวจสอบความเร็วรถ (Speed Monitor), ระบบเบรก ABS และมีอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ เช่น ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก

 

ในการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางเช่นนี้ จะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพให้ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ให้เป็น Hub ของการบินแห่งใหม่ของประเทศ รองรับนโยบาย EEC ของรัฐบาล

EEC คืออะไร?… EEC ย่อมาจาก Eastern Economic Corridor หรือชื่อภาษาไทยเรียกว่า โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Seaboard ซึ่งดำเนินมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา

โดยในครั้งนี้สำนักงานเพื่อการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ) มีเป้าหมายหลักในการเติมเต็มภาพรวมในการส่งเสริม การลงทุนซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำให้ เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัดคือ ชลบุรี, ระยอง, และ ฉะเชิงเทรา

ซึ่งทั้ง 3 พื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นกลุ่มเขตอุตสาหกรรมสำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอยู่แล้ว อุดมไปด้วยโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีสนามบิน รวมถึงมีท่าเรือที่มีตู้สินค้าผ่านมากที่สุดเป็นอันดับที่ 22 ของโลก EEC จึงเล็งพัฒนาต่อยอดจากพื้นที่มีมีความพร้อมสูงสุดให้เป็นพื้นที่นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ผ่านการบริหารจัดการในการกำกับดูแลของ คณะกรรมการนโยบายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

ข้อมูลจาก www.ceoblog.co

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Website : www.dlt.go.th
โทรศัพท์ : 1584 (Call center)

กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
สำนักงานเลขานุการกรม
กรมการขนส่งทางบก

โทรศัพท์ : 02 271 8805 – 6
Fax : 02 271 8805


ข้อมูลและภาพประกอบ : rayonghip, dlt

ความคิดเห็น